🪀

Lab 62 — แรงสู่ศูนย์กลาง: แกว่งจุกยางผ่านหลอดแก้ว (3D)

Centripetal Force — Whirling Rubber Stopper · แกว่งจุกยางเป็นวงกลม ตุ้มถ่วงให้แรงดึงเชือก F = Mg · รักษาคลิปให้อยู่ใต้หลอดพอดี · จับเวลา N รอบ หาคาบ T · ตรวจสอบ F = 4π²mL/T² · หามวลจุกยางปริศนาจากกราฟ

3D · three.js KP Science simulation
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังทดลองได้จากภาพ 2 มิติด้านล่าง
📐 ภาพมองจากด้านบน · ภาพขยายปลายหลอด · นาฬิกา — ลากในภาพ 3D เพื่อหมุนมุมมอง
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลและมวลจุกยางปริศนาไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🧰 ตั้งอุปกรณ์
จุกยาง (m)
ความยาวเชือก L50 cm
ตุ้มถ่วง M100 g
L = ระยะจากปลายบนของหลอดถึงจุกยาง วัดตอนดึงเชือกจนคลิปแตะปลายล่างหลอด · ตุ้มถ่วงก้อนละ 50 g · g = 9.81 m/s²
🪀 แกว่งจุกยาง
ความเร็วในการแกว่ง
ช้าเร็ว
แป้น ← → = ช้าลง/เร็วขึ้นนิดหน่อย · มือคนสั่นเล็กน้อยตลอดเวลา ต้องคอยปรับให้คลิปอยู่ใต้หลอดแต่ไม่ชน
⏱ นาฬิกาจับเวลา
เวลา0.00 s
จำนวนรอบที่นับ0
เริ่มนาฬิกาเมื่อจุกยางผ่านธงสีเหลือง · เพื่อนนับรอบให้ · กดหยุดเมื่อครบ N รอบพอดี
📝 บันทึกผล
จำนวนรอบ Nรอบ
เวลา ts
📋 ตาราง
📈 กราฟ F = Mg กับ 4π²L/T²

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การใช้งาน Simulation

ขั้นตอน

ตอน A — แรงคงที่ เปลี่ยนความยาว L

  1. ใช้จุกยาง B และตุ้มถ่วง 100 g · ตั้ง L = 40 cm
  2. แกว่งจนคลิปลอยนิ่งใต้หลอด จับเวลา 20 รอบ บันทึก · ทำซ้ำเพื่อหาค่าเฉลี่ย
  3. เปลี่ยน L เป็น 50, 60, 70, 80 cm ทำเช่นเดิม

ตอน B — ความยาวคงที่ เปลี่ยนแรง

  1. ตั้ง L = 60 cm · เปลี่ยนตุ้มถ่วง 50, 100, 150, 200, 250 g
  2. สังเกตว่าแรงมากขึ้นต้องแกว่งเร็วขึ้นหรือช้าลง คาบเปลี่ยนอย่างไร

ตอน C — หามวลจุกยางปริศนา

  1. เลือกจุกยางปริศนา ทำอย่างน้อย 5 ค่า (เปลี่ยน L หรือ M)
  2. ดูกราฟ F กับ 4π²L/T² ความชันของเส้นตรงที่ผ่านจุดกำเนิดคือมวล m ของจุกยาง

วิธีคำนวณ (ตารางคำนวณให้อัตโนมัติ)

คาบ T = t / N
แรงสู่ศูนย์กลาง (แรงดึงเชือก) F = Mg
F = mω²L = 4π²mL / T² → m = F / (4π²L/T²)
กราฟ F (แกนตั้ง) กับ 4π²L/T² (แกนนอน) → ความชัน = m

คำถามท้ายการทดลอง

  1. เมื่อแรงคงที่ ถ้าความยาวเชือกเพิ่มขึ้น คาบเปลี่ยนอย่างไร เขียนความสัมพันธ์ระหว่าง T² กับ L
  2. เมื่อความยาวคงที่ ถ้าแรงเพิ่มเป็น 4 เท่า ความถี่ในการแกว่งเปลี่ยนเป็นกี่เท่า
  3. ทำไมต้องรักษาคลิปให้อยู่ใต้หลอด ถ้าคลิปชนปลายหลอดตลอด ค่ามวลที่คำนวณได้จะมากหรือน้อยกว่าจริง
  4. เชือกด้านจุกยางไม่อยู่ในแนวระดับ ทำไมสูตร F = 4π²mL/T² จึงยังใช้ความยาวเชือก L ได้ (ดูแท็บทฤษฎี)
  5. ทำไมจึงจับเวลาหลายรอบแทนการจับเวลารอบเดียว

1. แรงสู่ศูนย์กลาง

วัตถุที่เคลื่อนที่เป็นวงกลมด้วยอัตราเร็วคงที่ มีความเร็วเปลี่ยนทิศตลอดเวลา จึงมีความเร่งชี้เข้าหาศูนย์กลาง ต้องมีแรงลัพธ์ชี้เข้าสู่ศูนย์กลางเสมอ

a_c = v²/R = ω²R F_c = mv²/R = mω²R ω = 2π/T = 2πf

2. แรงที่กระทำต่อจุกยาง

Mg = 4π²mL / T² T² = (4π²m / Mg) · L sin θ = m/M

3. กราฟที่ได้

💡 แหล่งความคลาดเคลื่อน: ความเร็วมือไม่คงที่ (คลิปขยับขึ้นลง) · คลิปชนปลายหลอด (แรงดึงมากกว่า Mg) · เวลาตอบสนองในการกดนาฬิกา · แรงเสียดทานระหว่างเชือกกับขอบหลอด · มวลเชือก
แบบจำลองใน simulation: ถ้าแรงดึงที่ต้องใช้ mω²L ไม่เท่ากับ Mg ตุ้มถ่วงจะเลื่อนขึ้นหรือลง (คลิปขยับ) · ความเร็วมือสั่นแบบสุ่มราว ±1% · ไม่คิดแรงเสียดทานของหลอดและแรงต้านอากาศ